Your Name การ์ตูนโรแมนติก ไซ-ไฟ เนื้อหาลึกซึ้ง

Your Name หรือ ชื่อไทย หลับตาฝัน ถึงชื่อเธอ  เป็นการ์ตูนแอนิเมชั่นสัญชาติญี่ปุ่น ของสตูดิโอคอมิกซ์เวฟฟิล์ม ซึ่งมีเนื้อหาที่ลึกซึ้งอย่างมากและกลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมะของญี่ปุ่นที่รายได้สูงที่สุดในปี 2016 Your Name เป็นผลงานสร้างเขียนบทและกำกับโดย มะโกะโตะ ชิงไก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายที่เขาเขียนขึ้นมา โดยเนื้อหาของเรื่องและสถานที่นั้นมีอยู่จริงคือ ทะเลสาบซุวะ จังหวัดนะงะโนะ โดยสถานที่ดังกล่าวใช้ชื่อสมมุติว่า ทะเลสาบอิโตะโมริ

Your Name ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2016 เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดติดต่อกันถึง 4 สัปดาห์เมื่อเข้าฉาย และทำรายได้รวมทั่วโลก 345 ล้านดอลลาร์ รวมถึงมีการเข้าฉายตามประเทศต่างๆทั่วโลก ซึ่งต่อมามีข่าวว่าหนังถูกห้ามฉายในบางประเทศเนื่องจากมีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวกับการเมือง สำหรับในประเทศไทยได้เข้าฉายตามปกติโดยมีการซื้อลิขสิทธิ์จาก โทโฮ ผู้จัดจำหน่ายของญี่ปุ่นมาฉายเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2016

Your Name เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อค่ำคืนหนึ่งปรากฏดาวหางขนาดใหญ่โครจรมายังโลก และต่อมาที่เมืองริมทะเลสาบอิโตโมริโดยตัวละครหลักของเรื่องคือ มิสึฮะ ตื่นขึ้นมาพบว่าเธออยู่ในห้องๆหนึ่งที่แปลกตาและพบว่าเธออยู่ในร่างของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในโตเกียวชื่อว่า ทากิ ซึ่งเขาก็อยู่ในร่างของมิสึฮะเช่นกัน ทั้งคู่พยายามสื่อสารถึงกันและกันโดยจดไว้ในโทรศัพท์ของทั้งคู่ และความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นก่อเกิดเรื่องราวความรักขึ้นที่กาลเวลาที่มาพบกัน แต่ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาทั้งคู่จะไม่สามารถจดจำชื่อของกันและกันได้เลย

ฝันของฉันต้องมีเธอ

ฝันของฉันต้องมีเธอ เป็นการ์ตูนรีดน้ำตาที่กล่าวถึงชีวิตกำพร้าที่มีจิตใจอ่อนแอถูกพ่อแม่บุญธรรมนำไปเลี้ยง  เป็นอะนิเมะในปี 2014 โดยการเขียนบทและกำกับของ ฮิโระมะซะ โยะเนะบะยะชิ ผลิตโดยสตูดิโอจิบลิ โดยได้ดัดแปลงมาจากนวนิยายที่ชื่อ When Marnie Was There ของ จอห์น จี. โรบินสัน ชาวอังกฤษ เป็นเรื่องราวของเด็กสาวอายุ 12 ปีในซัปโปะโระ ที่ชื่อ อันนะ ซาซากิ เธอสูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เธอกลายเป็นเด็กกำพร้าและไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก สตรีนามโยริโกะและสามีได้รับเลี้ยงเธอในฐานะลูกบุญธรรม อย่างไรก็ตามเธอกลับไม่เคยรู้สึกว่าทั้งสองเป็นพ่อแม่ของตนเอง และไม่เคยเรียกโยริโกะว่าแม่ เนื่องจากเธอรับรู้ว่าโยริโกะได้รับค่าเลี้ยงดูเธอมากจากรัฐบาล และคิดว่าทั้งสองรับเลี้ยงเธอมาแค่เพราะอยากได้เงินเท่านั้น อันนะกลายเป็นเด็กเก็บตัว ไม่พูดจากับใคร และนั้นเองทำให้ทั้งสองเป็นห่วงอันนะอย่างมาก จนวันหนึ่ง ขณะที่อันนะอยู่ที่โรงเรียน โรคหืดของเธอกำเริบทำให้เธอต้องเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล โยริโกะจึงมีความคิดให้อันนะไปอาศัยอยู่ในชนบทแถบเมืองคุชิโระและเนะมุโระ ซึ่งอากาศดีเป็นเวลาซักพักเพื่อที่จะให้อาการของเธอดีขึ้นในช่วงหยุดฤดูร้อน อันนะจึงได้ไปอาศัยกับสองสามีภรรยาโออิวะ ซึ่งเป็นญาติของโยริโกะ หมู่บ้านที่เธอย้ายเข้าไปอยู่ใหม่นั้นเป็นหมู่บ้านติดทะเล ซึ่งเธอพบว่าริมชายฝั่งของอีกฟาก มีคฤหาสน์ร้างสถาปัตยกรรมตะวันตกหลังหนึ่งตั้งอยู่ ด้วยความรู้สึกคุ้นเคยเธอจึงเข้าไปสำรวจ เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านเธอจึงถามเกี่ยวกับคฤหาสน์หลังนั้นและได้รับคำตอบว่าเมื่อนานมาแล้วมันเป็นคฤหาสน์ที่เจ้าของชาวต่างประเทศจะมาอาศัยอยู่เป็นพักๆ และตั้งแต่คืนนั้น เธอก็ฝันถึงคฤหาสน์หลังนั้นมาตลอด ซึ่งในฝันเธอเห็นเด็กสาวชาวต่างประเทศผมสีทองอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้นด้วย

ศึกเทพมังกร พิภพ สมุทร

ศึกเทพมังกรพิภพสมุทร เป็นภาพยนตร์อะนิเมะจากสตูดิโอจิบลิ ในปี ค.ศ. 2006 กำกับโดยโกะโระ มิยะซะกิ ลูกชายของผู้กำกับฮะยะโอะ มิยะซะกิ โดยใช้เค้าโครงเรื่องจาก The Farthest Shore หนังสือเล่มที่สามในซีรีส์ เอิร์ธซี  ออกฉายที่ญี่ปุ่นเมื่อ 29 กรกฎาคม ค.ศ. 2006 และจัดจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา โดยวอลต์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ และในออสเตรเลีย โดยแมดแมน เอนเตอร์เทนเมนต์ หนังสือการ์ตูนที่ดัดแปลงจากภาพยนตร์ได้รับการตีพิมพ์ในญี่ปุ่น ขณะที่ตัวภาพยนตร์ได้รับรางวัล Grand Prize โดยที่เนื้อเรื่องจะกล่าวถึงดินแดนโลกทะเล พืชผลอยู่ในภาวะขาดแคลน ฝูงสัตว์อยู่ในสภาพใกล้ตาย มังกร 2 ตัว ได้ปรากฏกายกลางกลุ่มเมฆของพายุเพื่อสังหารอีกฝ่ายเป็นอาหาร สมดุลของโลกกำลังจะสูญสิ้นระหว่างการสืบหาสาเหตุของภัยพิบัติครั้งนี้ เกด พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ได้พบกับอาร์เรน เจ้าชายแห่งเอ็นลาดที่พลัดหลงมาจากการต่อสู้กับเงาลึกลับ ทั้งคู่เดินทางผ่านภูมิประเทศที่มีแต่ซากปรักหักพังไปยังเมืองฮอร์ต เมืองที่ประชาชนล้วนค้าขายแต่สินค้าที่เป็นของปลอม ทาสสามารถซื้อขายได้ด้วยเงินตราและผู้ติดยาเสพติดต่างเร่ร่อนไปตามถนนสาย อันตรายเพื่อหาที่พักอาศัยและเทรุเด็กสาวกำพร้าผู้ที่มีรอยแผลเป็นบนใบ หน้าที่เกิดจากการถูกไฟคลอก เกดรู้มาว่า เพื่อชีวิตอันเป็นนิรันดร์ พ่อมดค็อบจึงได้ทำการเปิดประตูระหว่างดินแดนแห่งความเป็นและความตาย และศัตรูผู้ที่เคยพ่ายแพ้เขาเมื่อครั้งก่อนผู้นี้ก็ได้ปฏิญาณตนที่จะชำระแค้นเขาอย่างสาสมให้จงได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นครั้งแรกของการดัดแปลงมาจากนิทานซีรีส์ Earthseaที่ผ่านมา มีผู้กำกับหลายต่อหลายคนพยายามจะดัดแปลง Earthsea ให้กลายเป็นภาพยนตร์แต่ได้รับการปฏิเสธจากผู้เขียน ฮายาโอะ มิยาซากิ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ต้องการจะสร้างอะนิเมะจากเรื่องนี้เช่นกัน

เจ้าหญิง จิต วิญญาณ แห่งพงไพร

เจ้าหญิงจิตวิญญาณแห่งพงไพร หรือ โมะโนะโนะเกะฮิเมะ เป็นภาพยนตร์อะนิเมะแฟนตาซีอิงประวัติศาสตร์ ที่เขียนและกำกับโดยฮะยะโอะ มิยะซะกิแห่งสตูดิโอจิบลิ โมะโนะโนะเกะ ไม่ใช่ชื่อแต่เป็นคำที่ใช้เรียกภูตผีปีศาจ ภาพยนตร์เรื่องนี้เผยแพร่ในญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม และ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 ตามลำดับโมะโนะโนะเกะฮิเมะเป็นภาพยนตร์ย้อนยุคซึ่งมีฉากอยู่ในปลายยุคมุโระมะจิของญี่ปุ่น แต่แต่งเติมด้วยองค์ประกอบจากจินตนาการลงไปจำนวนมาก เนื้อเรื่องกล่าวถึงอะชิตะกะซึ่งเป็นคนภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพลังเหนือธรรมชาติที่ดูแลป่าและผู้คนของโลหะนครซึ่งใช้ทรัพยากรจากป่า ในเรื่องนี้มิได้แสดงถึงฝ่ายดีหรือฝ่ายชั่วที่เด่นชัด และจุดยืนของผู้สร้างภาพยนตร์ก็เปลี่ยนไปมาระหว่างทั้งสองฝ่าย ไม่มีชัยชนะของใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่ชัดเจน มีเพียงความหวังที่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติจะดำเนินเป็นวัฎจักรต่อไปโรเจอร์ เอเบิร์ต จัดให้ภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ในอันดับที่หกในรายชื่อภาพยนตร์ที่ดีที่สุดสิบเรื่องแห่งปี พ.ศ. 2542  โมะโนะโนะเกะฮิเมะ ยังเคยเป็นภาพยนตร์ที่สร้างรายได้สูงสุดในญี่ปุ่น ซึ่งถูกทำลายสถิติลงด้วยภาพยนตร์เรื่องไททานิคในหลายเดือนถัดมา ปัจจุบันโมะโนะโนะเกะฮิเมะเป็นภาพยนตร์อะนิเมะที่ทำรายได้สูงที่สุดอันดับสี่ในญี่ปุ่น[ต้องการอ้างอิง]รองลงมาจาก เซ็น โทะ ชิฮิโระ โนะ คะมิกะกุชิ ใน พ.ศ. 2544 ฮารุ โนะ ยุโงะคุชิโระ ใน พ.ศ. 2547 และ โปเนียว ธิดาสมุทรผจญภัย ใน พ.ศ. 2551 ซึ่งทั้งหมดเป็นผลงานของมิยะซะกิทั้งสิ้น

สปิริเต็ดอะเวย์

สปิริเต็ดอะเวย์  เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันจากประเทศญี่ปุ่น แนวแฟนตาซี/ผจญภัย เขียนและกำกับโดย ฮะยะโอะ มิยะซะกิ และผลิตโดย สตูดิโอจิบลิ มีเนื้อหาว่าด้วยเด็กหญิงวัยสิบปีหลงเข้าไปในโลกของภูตพร้อมครอบครัวโดยบังเอิญ บิดามารดากลายร่างเป็นสุกร และเธอต้องทำงานที่โรงอาบน้ำของแม่มด เธอจึงพยายามปลดแอกตนและครอบครัวเพื่อกลับโลกมนุษย์มิยะซะกิเขียนบทภาพยนตร์นี้ขึ้น โดยอ้างอิงลูกสาววัยสิบปีของเพื่อน ซึ่งมักมาเยี่ยมเขาทุกฤดูร้อน ภาพยนตร์เรื่อง สปิริเต็ดอะเวย์ นี้เริ่มกระบวนการผลิตใน พ.ศ. 2543 ฉากในเรื่องนั้นเอาพิพิธภัณฑสถานในอำเภอโคะงะเน กรุงโตเกียว เป็นที่ตั้ง เมื่อสร้างเสร็จ มิยะซะกิพบว่าภาพยนตร์ยาวกว่าสามชั่วโมง จึงตกลงใจตัดหลาย ๆ ส่วนออกจนเหลือสองชั่วโมงกว่า ๆ แล้วนำออกฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ปีรุ่งขึ้น ฉบับภาษาอังกฤษนั้น พากย์เสียงและจำหน่ายโดยวอลท์ ดิสนีย์ พิคเจอร์ส โดยมี จอห์น แลสเซเทอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ของพิกซาร์และเป็นผู้นิยมผลงานของมิยะซะกิ คอยควบคุมดูแล แลสเซเทอร์มอบหมายให้เคิร์ก ไวส์ กำกับการพากย์ และให้โดนัลด์ ดับเบิลยู. เอิร์นสต์ ในบ้านเกิดเมืองนอน สปิริเต็ดอะเวย์ ประสบความสำเร็จดีเยี่ยม ชนะ ไททานิก (Titanic) ซึ่งกินรายได้มากที่สุด ณ เวลานั้น และทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย ส่วนในระดับโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างรายได้มากกว่าสองร้อยเจ็ดสิบสี่ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับการสรรเสริญเป็นอันมากทั้งยังได้รับรางวัลภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยมในการประกาศผลรางวัลอแคเดมีครั้งที่ 75 รางวัลหมีทองคำในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน และเทศกาลดังกล่าวจัดให้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์สิบเรื่องที่เด็กอายุสิบสี่ปีแล้วควรชม นอกจากนี้ ใน พ.ศ. 2545 สปิริเต็ดอะเวย์ ก็ได้รับเลือกเป็นแอนิเมชันยิ่งใหญ่ที่สุด

มหาสงคราม หุบเขา แห่งสายลม

มหาสงครามหุบเขาแห่งสายลมเป็นภาพยนตร์จาก สตูดิโอจิบลิ เข้าฉายเมื่อปี พ.ศ. 2527 กำกับโดยฮะยะโอะ มิยะซะกิ โดยนำเค้าโครงเรื่องมาจากมังงะชื่อเดียวกันที่เป็นผลงานของเขาเอง ภาพยนตร์ของเขามีนัยยะเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและได้รับการสนับสนุนจาก องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล เมื่อเข้าฉายในปี พ.ศ. 2527ตามเนื้อเรื่องจะเล่าถึงสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างชาวพื้นเมืองกับอาณาจักรที่ต้องการขยายดินแดนโดยสงครามครั้งนี้เป็นสงครามที่มีอาวุธที่ทันสมัยทั้งเครื่องบินรถถังและเครื่องร่อนของทางฝั่งคนพื้นเมืองที่ไม่สามารถทำความเสียหายกับฝ่ายตรงข้ามได้แต่สร้างความสับสนให้ศัตรูได้โดยเรื่องราวเกิดขึ้นในช่วง 1,000 ปีหลังจากเหตุการณ์ Seven Days of Fireเหตุการณ์ที่ทำลายอารยธรรมมนุษย์และระบบนิเวศของโลก กลุ่มผู้คนที่กระจัดกระจายถูกแบ่งแยกจากกลุ่มอื่นด้วย ทะเลเน่า เกิดป่าของเชื้อรามีพิษ ที่เป็นศูนย์ของเหล่าแมลงขนาดยักษ์มากมาย มนุษย์จำเป็นต้องใส่หน้ากากเพื่อป้องกันไอพิษจากป่า นาอุซิกา เป็นชื่อของเจ้าหญิงในประเทศเล็กๆ แห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ ณ หุบผาสายลม ดำเนินชีวิตอยู่อย่างสงบสุขบนผืนดินที่ยังอุดมสมบูรณ์ผืนน้อยๆ นาอุซิกา พยายามที่จะค้นหาสาเหตุของปรากฏการณ์นี้ และหวังจะหาหนทางในการอยู่ร่วมกัน แต่ผู้คนในเมืองอื่นๆ กลับไม่เห็นด้วยและต้องการทำลายล้างป่าและ Sea of Decay จนเกิดเป็นสงครามครั้งใหญ่ กับภารกิจของเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ที่มีภารกิจแห่งการประนีประนอมท้ายที่สุดแล้ว นาอุซิกา ได้พบว่าภายใต้ป่านั้นมีอากาศบริสุทธิ์ และแท้จริงแล้วป่าได้ช่วยกรองพิษซึ่งก่อให้เกิดแหล่งน้ำสะอาดใต้พื้นดิน

Whisper of the Heart การ์ตูนรักอบอุ่นใจ

     ใครที่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ นอกจากจะสามารถจดจำเรื่องราวอันน่าประทับใจของตัวเนื้อเรื่องได้แล้ว ยังจดจำเพลงที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของเรื่องนี้ได้อีกด้วยอย่างเพลง “Take Me Home, Country Roads” ของจอห์น เดนเวอร์ แถมยังมีเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอีกด้วยนะ ส่วนเรื่องย่อก็มีอยู่ว่า

  “ชิสึคุ” หญิงสาววัยมัธยมต้นที่มีนิสัยรักการอ่าน เธอสังเกตว่าหนังสือทุกเล่มที่เธอยืมมาอ่านจากห้องสมุด มักจะมีชื่อของ “เซจิ” ในใบยืมหนังสือก่อนหน้าเธอเกือบทุกเล่ม จนกระทั่งในวันหนึ่ง เธอได้ตามเจ้าแมวตัวอ้วนที่นำเธอไปเจอกับร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง และชักนำให้เธอได้พบกับชายหนุ่มที่ชื่อเซจิโดยบังเอิญ จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันและความรักของทั้งคู่  โดยความรักของพวกเขาก็คือความรักอันบริสุทธิ์ เรียบง่ายไม่หวือหวา ดูแล้วอบอุ่นในหัวใจ

แน่นอนว่าสตูดิโอจิบลิไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะการ์ตูนในแต่ละเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่เพียงความสนุกสนานหรือเรื่องความรักเพียงอย่างเดียว หากแฝงด้วยมุมมองของแนวคิด การเติบโตเพื่อที่จะค้นหาตัวเองของวัยรุ่น ความไม่มั่นใจและสับสนตนเองที่จะก้าวหรือทำตามความฝันของตัวเอง จนกระทั่งได้มาพบคนที่สามารถเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจได้

 เพลง “Take Me Home, Country Roads” ที่อยู่ในเรื่อง มีความหมายเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ การก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งก็นับว่ามันยิ่งเป็นส่วนเสริมทำให้อนิเมะชั่นเรื่องมีความสมบรูณ์ น่าติดตาม และควรที่จะเปิดดูเป็นอย่างยิ่ง

Spirited Away การ์ตูนแนวคิดลึกซึ้ง

    Spirited Away คือการ์ตูนที่ค่อนข้างสร้างชื่อเสียงให้กับค่ายสตูดิโอจิบลิมาก เพราะการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เป็นการ์ตูนสื่อความหมายธรรมดาๆ แต่แฝงไปด้วยปรัชญาชีวิต ในขณะเดียวกันถ้าหากเสพแบบไม่ต้องคิดอะไรก็สามารถสนุกสนานไปกับโลกแห่งจินตนาการได้เลย

เรื่องย่อมีดังนี้ ชิฮิโระ กำลังเดินทางเพื่อย้ายบ้านไปอยู่ที่ชานเมืองกับครอบครัว แต่ในระหว่างทางครอบครัวของเธอได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งแฟนตาซีที่มีแต่เทพเจ้าแม่มดพ่อมดวิญญาณ และถ้ามีมนุษย์คนไหนหลุดเข้าไป จะถูกสาปให้กลายเป็นสัตว์ ชิฮิโระต้องผจญภัยมากมายและยังต้องหาทางช่วยเหลือพ่อแม่ของเธอที่ถูกสาปให้เป็นหมูอีกด้วย

หากลองมองดูในส่วนของปรัชญาแนวคิดที่แฝงในหนังเรื่องนี้แล้วจะพบว่า พ่อแม่ของชิฮิโระถูกสาปให้กลายเป็นหมูเพราะความโลภ,ผู้คนในโรงอาบน้ำที่บูชาปีศาจไร้หน้าแต่ฐานะร่ำรวยอันเป็นการเสียดสีการบูชาคนที่ให้ผลตอบแทนแก่ตัวเอง การถูกเปลี่ยนชื่อเรียกอันสื่อถึงการถูกวัตถุนิยมกลืนกินจนสูญเสียความเป็นตัวเอง, แม้กระทั่งคนโปร่งแสงในรถไฟยังอาจสื่อถึงความห่างเหินของคนรุ่นใหม่ที่ไม่สนใจแม้กระทั่งคนรอบข้างของตนเอง

เราเสพการ์ตูนเรื่องนี้เพราะความสนุกสนาน และได้แง่คิดที่ทำให้เราสามารถมองย้อนกลับมาถึงสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะในแง่จิตใจ ที่เอาเข้าจริงๆไม่ว่าจะสังคมแบบไหน ประเทศอะไรก็ตาม ต่อให้มีความเจริญแค่ไหน มันก็ยังช่องโหว่เกี่ยวกับสภาพจิตใจของคนที่ยังคงมีความเลวร้ายและเห็นแก่ตัวแฝงอยู่

โทโทโร่

     อนิเมะของสตูดิโอจิบลิเรื่องนี้มีความน่ารัก น่าสนุก น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ผู้แต่งได้รับแรงบันดาลใจจาก The Little Mermaid โดยเรื่องย่อมีอยู่ว่า  โปเนียว ปลาทองสาวน้อย เธอได้รับการช่วยเหลือจาก ‘โซสึเกะ’ เด็กชายวัย 5 ขวบ แท้จริงแล้ว โปเนียว เป็นถึงลูกสาวของเจ้ามหาสมุทรที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นมนุษย์ เธอแอบใช้เวทมนตร์ของพ่อแปลงร่างตัวเอง แต่การทำแบบนี้จะนำพามาซึ่งความหายนะต่อโลก และทางเดียวที่จะไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมโลกได้คือ เธอต้องถูกรักโดยมนุษย์ เธอจึงจะได้เป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์

เรื่องราวก็จะเน้นความใสๆ แม้มีฉากภัยจากสึนามิแต่มันก็ดูมีความเป็นแฟนตาซีมากกกว่า จึงทำให้ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังสอดแทรกข้อคิดหลักๆที่ว่า เราอาจจะต้องยอมเสียสละอะไรบางอย่าง เพื่อสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น คล้ายๆกับว่าไม่มีอะไรที่แลกมาง่ายๆ  อย่างเช่นโปเนียวต้องพยายามหนีพ่อของตัวเองทุกวิถีทาง ส่วนพ่อของโปเนียวก็พยายามจะเอาตัวลูกสาวกลับเนื่องจากเห็นว่าการเป็นมนุษย์ไม่ได้มีข้อดีอะไรเลย มนุษย์เป็นพวกที่น่ากลัว ต้องอยู่ห่างๆไว้ ทำนองนี้

อนิเมะมีความสนุก และน่าตื่นเต้นไปกับการผจญภัยของปลาน้อยหรือจะเรียกว่าเงือกก็ได้ ภาพที่ดูสดใสเหมาะกับเด็กๆ ดู อนิเมะเรื่องนี้ไม่ค่อยมีแนวคิดซับซ้อนอะไรซ่อนอยู่มากนักเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆของสตูดิโอจิบลิ แต่ก้มั่นใจว่า เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ควรหามาดู

My Neighbor Totoro เพื่อนข้างบ้านของฉัน

     การ์ตูนในดวงใจที่เราคิดว่าชอบที่สุดของสตูดิโอจิบลิ เพื่อนๆหลายๆคนน่าจะรู้จักเจ้า โทโทโร่ เป็นอย่างดี เพราะว่าคาร์แรคเตอร์ตัวนี้ถูกนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งตุ๊กตา เครื่องเขียน ของกิน ฯลฯ วางขายอยู่ทั่วๆไป  สำหรับเรื่องย่อก็มีอยู่ว่า ‘ซัทสึกิ’ และ ‘เมย์’ สองสาวพี่น้องที่เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในชนบทเพื่อที่จะได้อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอพักรักษาตัวอยู่ ซึ่งในช่วงที่อาศัยอยู่บ้านนั้นสองพี่น้องได้พบว่าป่าใกล้บ้านของเธอเป็นที่อยู่ของ ‘โทโทโร่’ วิญญาณผู้พิทักษ์ป่า

สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้อาจมีการตีความความหมายแฝงต่างๆของเรื่องออกไปอย่างมากมายเช่น การที่เรามองว่าเจ้าโทโทโร่ แท้จริงแล้วเป็นภูติที่มีตัวตนหรืออาจเป็นแค่ จินตนาการของแด็กหญิงที่มีความเหงา ความกังวลต่อชีวิตที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน เช่นต้องย้ายบ้านมาอยู่ชนบท ต้องคิดถึงแม่ที่กำลังป่วยและรักษาตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล แถมยังมีเหตุการณ์ที่น้องสาวของซัทสึกิดันมาหายตัวไป จนเธอต้องออกตามหาและเจอกับเรื่องราวต่างๆมากมาย

  การ์ตูนเรื่องนี้ถูกมองด้วยตาของเด็กน้อยที่มีความสดใสอารมณ์ดี และการที่เธอต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อที่จะได้เป็นที่พึ่งของน้องสาวได้ แม้เรื่องที่ต้องเจออาจทำให้เด็กเล็กๆคนหนึ่งต้องเหงาหรือเศร้าใจไปบ้าง แต่หนังเรื่องนี้ยังแสดงมุมมองที่สนุกสนานและความคิดอันบริสุทธิ์ของเด็กๆ โดยเฉพาะตัวเอกอย่าง เจ้าโทโทโร่ ที่อาจทำให้คุณอยากวิ่งเข้าไปกอดเลยทีเดียว