Whisper of the Heart การ์ตูนรักอบอุ่นใจ

     ใครที่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ นอกจากจะสามารถจดจำเรื่องราวอันน่าประทับใจของตัวเนื้อเรื่องได้แล้ว ยังจดจำเพลงที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของเรื่องนี้ได้อีกด้วยอย่างเพลง “Take Me Home, Country Roads” ของจอห์น เดนเวอร์ แถมยังมีเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอีกด้วยนะ ส่วนเรื่องย่อก็มีอยู่ว่า

  “ชิสึคุ” หญิงสาววัยมัธยมต้นที่มีนิสัยรักการอ่าน เธอสังเกตว่าหนังสือทุกเล่มที่เธอยืมมาอ่านจากห้องสมุด มักจะมีชื่อของ “เซจิ” ในใบยืมหนังสือก่อนหน้าเธอเกือบทุกเล่ม จนกระทั่งในวันหนึ่ง เธอได้ตามเจ้าแมวตัวอ้วนที่นำเธอไปเจอกับร้านขายของเก่าแห่งหนึ่ง และชักนำให้เธอได้พบกับชายหนุ่มที่ชื่อเซจิโดยบังเอิญ จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันและความรักของทั้งคู่  โดยความรักของพวกเขาก็คือความรักอันบริสุทธิ์ เรียบง่ายไม่หวือหวา ดูแล้วอบอุ่นในหัวใจ

แน่นอนว่าสตูดิโอจิบลิไม่เคยทำให้ผิดหวัง เพราะการ์ตูนในแต่ละเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาไม่ใช่แค่เพียงความสนุกสนานหรือเรื่องความรักเพียงอย่างเดียว หากแฝงด้วยมุมมองของแนวคิด การเติบโตเพื่อที่จะค้นหาตัวเองของวัยรุ่น ความไม่มั่นใจและสับสนตนเองที่จะก้าวหรือทำตามความฝันของตัวเอง จนกระทั่งได้มาพบคนที่สามารถเป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจได้

 เพลง “Take Me Home, Country Roads” ที่อยู่ในเรื่อง มีความหมายเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ การก้าวต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งก็นับว่ามันยิ่งเป็นส่วนเสริมทำให้อนิเมะชั่นเรื่องมีความสมบรูณ์ น่าติดตาม และควรที่จะเปิดดูเป็นอย่างยิ่ง

Spirited Away การ์ตูนแนวคิดลึกซึ้ง

    Spirited Away คือการ์ตูนที่ค่อนข้างสร้างชื่อเสียงให้กับค่ายสตูดิโอจิบลิมาก เพราะการ์ตูนเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เป็นการ์ตูนสื่อความหมายธรรมดาๆ แต่แฝงไปด้วยปรัชญาชีวิต ในขณะเดียวกันถ้าหากเสพแบบไม่ต้องคิดอะไรก็สามารถสนุกสนานไปกับโลกแห่งจินตนาการได้เลย

เรื่องย่อมีดังนี้ ชิฮิโระ กำลังเดินทางเพื่อย้ายบ้านไปอยู่ที่ชานเมืองกับครอบครัว แต่ในระหว่างทางครอบครัวของเธอได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งแฟนตาซีที่มีแต่เทพเจ้าแม่มดพ่อมดวิญญาณ และถ้ามีมนุษย์คนไหนหลุดเข้าไป จะถูกสาปให้กลายเป็นสัตว์ ชิฮิโระต้องผจญภัยมากมายและยังต้องหาทางช่วยเหลือพ่อแม่ของเธอที่ถูกสาปให้เป็นหมูอีกด้วย

หากลองมองดูในส่วนของปรัชญาแนวคิดที่แฝงในหนังเรื่องนี้แล้วจะพบว่า พ่อแม่ของชิฮิโระถูกสาปให้กลายเป็นหมูเพราะความโลภ,ผู้คนในโรงอาบน้ำที่บูชาปีศาจไร้หน้าแต่ฐานะร่ำรวยอันเป็นการเสียดสีการบูชาคนที่ให้ผลตอบแทนแก่ตัวเอง การถูกเปลี่ยนชื่อเรียกอันสื่อถึงการถูกวัตถุนิยมกลืนกินจนสูญเสียความเป็นตัวเอง, แม้กระทั่งคนโปร่งแสงในรถไฟยังอาจสื่อถึงความห่างเหินของคนรุ่นใหม่ที่ไม่สนใจแม้กระทั่งคนรอบข้างของตนเอง

เราเสพการ์ตูนเรื่องนี้เพราะความสนุกสนาน และได้แง่คิดที่ทำให้เราสามารถมองย้อนกลับมาถึงสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะในแง่จิตใจ ที่เอาเข้าจริงๆไม่ว่าจะสังคมแบบไหน ประเทศอะไรก็ตาม ต่อให้มีความเจริญแค่ไหน มันก็ยังช่องโหว่เกี่ยวกับสภาพจิตใจของคนที่ยังคงมีความเลวร้ายและเห็นแก่ตัวแฝงอยู่

โทโทโร่

     อนิเมะของสตูดิโอจิบลิเรื่องนี้มีความน่ารัก น่าสนุก น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง ผู้แต่งได้รับแรงบันดาลใจจาก The Little Mermaid โดยเรื่องย่อมีอยู่ว่า  โปเนียว ปลาทองสาวน้อย เธอได้รับการช่วยเหลือจาก ‘โซสึเกะ’ เด็กชายวัย 5 ขวบ แท้จริงแล้ว โปเนียว เป็นถึงลูกสาวของเจ้ามหาสมุทรที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นมนุษย์ เธอแอบใช้เวทมนตร์ของพ่อแปลงร่างตัวเอง แต่การทำแบบนี้จะนำพามาซึ่งความหายนะต่อโลก และทางเดียวที่จะไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมโลกได้คือ เธอต้องถูกรักโดยมนุษย์ เธอจึงจะได้เป็นมนุษย์อย่างสมบูรณ์

เรื่องราวก็จะเน้นความใสๆ แม้มีฉากภัยจากสึนามิแต่มันก็ดูมีความเป็นแฟนตาซีมากกกว่า จึงทำให้ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ นอกจากนี้ยังสอดแทรกข้อคิดหลักๆที่ว่า เราอาจจะต้องยอมเสียสละอะไรบางอย่าง เพื่อสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น คล้ายๆกับว่าไม่มีอะไรที่แลกมาง่ายๆ  อย่างเช่นโปเนียวต้องพยายามหนีพ่อของตัวเองทุกวิถีทาง ส่วนพ่อของโปเนียวก็พยายามจะเอาตัวลูกสาวกลับเนื่องจากเห็นว่าการเป็นมนุษย์ไม่ได้มีข้อดีอะไรเลย มนุษย์เป็นพวกที่น่ากลัว ต้องอยู่ห่างๆไว้ ทำนองนี้

อนิเมะมีความสนุก และน่าตื่นเต้นไปกับการผจญภัยของปลาน้อยหรือจะเรียกว่าเงือกก็ได้ ภาพที่ดูสดใสเหมาะกับเด็กๆ ดู อนิเมะเรื่องนี้ไม่ค่อยมีแนวคิดซับซ้อนอะไรซ่อนอยู่มากนักเมื่อเทียบกับเรื่องอื่นๆของสตูดิโอจิบลิ แต่ก้มั่นใจว่า เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ควรหามาดู

My Neighbor Totoro เพื่อนข้างบ้านของฉัน

     การ์ตูนในดวงใจที่เราคิดว่าชอบที่สุดของสตูดิโอจิบลิ เพื่อนๆหลายๆคนน่าจะรู้จักเจ้า โทโทโร่ เป็นอย่างดี เพราะว่าคาร์แรคเตอร์ตัวนี้ถูกนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งตุ๊กตา เครื่องเขียน ของกิน ฯลฯ วางขายอยู่ทั่วๆไป  สำหรับเรื่องย่อก็มีอยู่ว่า ‘ซัทสึกิ’ และ ‘เมย์’ สองสาวพี่น้องที่เพิ่งย้ายมาอยู่บ้านใหม่ในชนบทเพื่อที่จะได้อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลที่แม่ของพวกเธอพักรักษาตัวอยู่ ซึ่งในช่วงที่อาศัยอยู่บ้านนั้นสองพี่น้องได้พบว่าป่าใกล้บ้านของเธอเป็นที่อยู่ของ ‘โทโทโร่’ วิญญาณผู้พิทักษ์ป่า
สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้อาจมีการตีความความหมายแฝงต่างๆของเรื่องออกไปอย่างมากมายเช่น การที่เรามองว่าเจ้าโทโทโร่ แท้จริงแล้วเป็นภูติที่มีตัวตนหรืออาจเป็นแค่ จินตนาการของแด็กหญิงที่มีความเหงา ความกังวลต่อชีวิตที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน เช่นต้องย้ายบ้านมาอยู่ชนบท ต้องคิดถึงแม่ที่กำลังป่วยและรักษาตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาล แถมยังมีเหตุการณ์ที่น้องสาวของซัทสึกิดันมาหายตัวไป จนเธอต้องออกตามหาและเจอกับเรื่องราวต่างๆมากมาย

  การ์ตูนเรื่องนี้ถูกมองด้วยตาของเด็กน้อยที่มีความสดใสอารมณ์ดี และการที่เธอต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่เพื่อที่จะได้เป็นที่พึ่งของน้องสาวได้ แม้เรื่องที่ต้องเจออาจทำให้เด็กเล็กๆคนหนึ่งต้องเหงาหรือเศร้าใจไปบ้าง แต่หนังเรื่องนี้ยังแสดงมุมมองที่สนุกสนานและความคิดอันบริสุทธิ์ของเด็กๆ โดยเฉพาะตัวเอกอย่าง เจ้าโทโทโร่ ที่อาจทำให้คุณอยากวิ่งเข้าไปกอดเลยทีเดียว

Grave of the Fireflies สุสานหิ่งห้อย

     บอกได้คำเดียวว่าอนิเมชั่นของสตูดิโอจิบลิเรื่องนี้ อาจไม่เหมาะสำหรับเด็กน้อยดู แต่ผู้ใหญ่อย่างเรานี่แหละควรหามาดูเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันทำให้เรารู้สึกถึงแง่คิดมุมมองอะไรบางอย่าง และความสะเทือนใจ กับเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 อันเป็นฉากหลังของสุสานหิ่งห้อย

เรื่องย่อคือ พ่อกับแม่ของสองพี่น้องคู่หนึ่งได้ส่งตัวพวกเขาไปอาศัยที่บ้านญาติในชนบท หวังจะให้ปลอดภัยจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในญี่ปุ่นที่กำลังทวีคูณขึ้น แน่นอนว่าสภาพประเทศญี่ใน ณ ขณะนั้น ไม่ต่างอะไรจากซาก ผู้คนที่ล้มตาย ข้าวของเครื่องใช้ที่แพง และอาหารการกินที่คลาดแคลน ผู้คนที่เหลือต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้  มองไปทางไหนก็ไม่เห็นความสุขเลย

เราสะเทือนใจเนื่องจากว่า เด็กๆเป็นผู้ที่ได้รับผลกะทบอย่างใหญ่หลวงจากเหตุการณ์นี้ พวกเขาต้องกำพร้า อดอยาก ไม่มีสุขอนามัยที่เหมาะสม โรงเรียนก้ไปไม่ได้ ในขณะที่ผู้มีอำนาจในมือก็เอาแต่รบราฆ่าฟันกันอย่างไม่สนใจใครอนิเมชั่นเรื่องนี้จับจุดไปที่สองพี่น้องที่ต้องสูญเสียแม่ระหว่างหลบภัย ได้เห็นภาพความลำบากของประชาชนในญี่ปุ่นที่ต้องไร้ที่อยู่อาศัย เสบียงอาหารขาดแคลน สองพี่น้องต้องไปอาศัยอยู่กับป้าที่ดูไม่ค่อยเต็มใจจะให้สองพี่น้องอาศัยด้วยสักเท่าไร จนในที่สุดก็ต้องหนีออกมาตามยถากรรม ร่อนเร่ไปเรื่อยๆ พร้อมทั้งอาหารที่หาได้ยากมากๆ

บอกได้คำเดียวว่า หดหู่เศร้าใจจริงๆ และคิดว่า ทำไมโลกช่างโหดร้ายจัง ทำไมเด็กและคนบริสุทธิ์นับล้านๆคนต้องมาสูญเสียในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้ก่อ แถมบางคนยังมีจุดจบชีวิตที่น่าเศร้าอีกด้วย

From Up on Poppy Hill จะเก็บเธอไว้ในใจตลอดไป

     การ์ตูนอีกเรื่องของค่ายสตูดิโอจิบลิ ที่แสดงความรัก ความโรแมนติกของหนุ่มสาว แต่ยังก็ไม่วายที่จะสอดแทรกประเด็นการรักษารากเหง้าของคนญี่ปุ่นผ่านการบูรณะซ่อมแซมอาคารชมหลังเก่า ซึ่งบทหนังสามารถลำดับการเล่าเรื่องทั้งสองส่วนพร้อม ๆ กันได้อย่างแนบเนียน ทำให้น่าติดตามมากยิ่งขึ้นไปอีก เรื่องย่อคือ กลุ่มนักเรียนโรงเรียนโคนันที่มีพระเอกของเรื่องคือ ชุน เรียกร้องไม่ให้มีการทุบตึกอาคารชมรมหลังเก่า เพื่อจะสร้างอาคารใหม่สำหัรบเอาไว้ต้อนรับโอลิมปิคปี 1964 ที่กรุงโตเกียวเป็นเจ้าภาพ ชุนกับเพื่อนพยายามหาทางที่จะเกลี้ยกล่อมไม่ให้ผู้มีอำนาจมาทำลายตึกนี้เนื่องจากเป็นตึกที่มีความทรงจำของทุกคน จนกระทั่งเขาได้เจอกับ  ‘อูมิ’ เด็กสาวคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขา ให้คำแนะนำว่าลองซ่อมแซมบางส่วนที่พังและช่วยกันทำความสะอาดเพื่อให้ทางการได้เห็นถึงความสำคัญของอาคารหลังนี้ ทั้ง ชุน และ อูมิ ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์กันจนกระทั่งทั้งคู่ก็ได้เป้นแฟนกัน  แต่แล้วกลับเกิดเรื่องที่ไม่คาดฝัน เพราะ ชุนบังเอิญรับรู้ว่าเขามีพ่อคนเดียวกันกับอูมิ ซึ่งในช่วงสงครามเกาหลีได้มีเหตุการณ์บางอย่างพรากสองพี่น้องออกจากกัน

นอกจากนี้ยังมีความนับที่แฝงอยู่ในหนังเรื่องนี้คือ การที่แสดงให้เห็นถึงว่า ทางการพยายามที่จะทำลายอาคารหรือสิ่งของเก่าๆทื้งไปและจะสร้างสิ่งใหม่ที่ทันสมัยมาแทน อาจเปรียบเปรยได้ว่า เนื่องด้วยยุค 60 ญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กำลังฟื้นฟูประเทศ ทั้งแนวคิดใหม่ๆ เพิ่มบทบาทของอุตสาหกรรมเพื่อจะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น ในขณะที่บทบาทของกลุ่มอนุรักษ์นิยมก็ถูกลดลง